Support service
×

เส้น Bollinger bands

แนวคิดตัวบ่งชี้ทางเทคนิค Bollinger Bands (BB) มีความคล้ายกับ MA envelopes ตามที่พิจารณากันในบทที่แล้วและมีการใช้งานเพื่อกำหนดตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อการเปิดสถานะในฟอเร็กซ์และคลาดการเงินอื่นๆ มันไม่เหมือนกับ MA envelopes เส้น Bollinger Bands ใช้งานได้ดีกับบทวิเคราะห์ตลาดผันผวน

 

เส้น Bollinger Bands แสดงออกมาเป็นเส้น envelope  สองเส้นโดยอยู่ในระยะห่างจากเส้น MA แม้ว่าระยะนี้ยังไม่คงที่เหมือนกับส่วนของ MA envelopes แต่เท่ากับมูลค่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (meansquare) ที่เพิ่มขึ้นมาด้วยค่าสัมประสิทธิ์นั้นๆ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นตัวชี้วัดทางคณิตศาสตร์และยังเป็นรากที่สองของการกระจาย แนวคิดนี้มีความเชื่อมโยงกับทฤษฏีความเป็นไปได้และสถิติทางคณิตศาสตร์โดยตรงและบทวิเคราะห์ที่ละเอียดออกไปมากกว่าขอบเขตการศึกษาข้อมูลในช่องทางตลาดฟอเร็กซ์สากล 

แพลตฟอร์มซื้อขายแสดงพล็อตจุด  Bollinger Bands โดยอัตโนมัติแต่ผู้อ่านที่ยังไม่เข้าใจสามารถอ่านสูตรเพิ่มเติมได้ตามการคำนวณ [http://en.wikipedia.org/wiki/Standard_deviation standard deviation]


สูตรทางคณิตศาสตร์สำหรับการพล็อต Bollinger Bands คือ: 


'

BB = MA ± k * stdDev,

'


โดย MA  เป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่, stdDev เป็นส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ k  เป็นค่าสัมประสิทธิ์ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 

สามารถใช้งานเส้น MA  ได้ทุกประเภทแต่ส่วนมากจะใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา ตามทฤษฏีความเป็นไปได้ ถ้าในทิศทางทั้งสองจากค่าเฉลี่ยตัดผ่านกันก็จะมีการพล็อตให้เท่ากับส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ไม่น้อยไปกว่า  68.26% ตามตัวแปรสุ่มที่จะไปตามเส้นที่ก่อตัวขึ้นมา ถ้าการตัดผ่านเท่ากับส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานกำลังสองจะถูกลากเส้นจากค่าเฉลี่ย ไม่น้อยไปกว่า 95.44% ของมูลค่าก็จะเข้าสู่ช่วงเวลานี้ สำหรับส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานกำลังสาม จำนวนนี้จะเพิ่มเป็น 99.73% ของมูลค่า หลักการนี้เป็นจริงหากค่าเฉลี่ยมีการกระจายตามปกติซึ่งสามารถใช้ในตลาดฟอเร็กซ์ได้ 


การก่อตัวของ  Bollinger Bands จะมีการใช้งานค่าสัมประสิทธิ์ของส่วนเบี่ยงเบนค่าเฉลี่ย k  เท่ากับ 2 เป็นประจำ

ค่าสัมประสิทธิ์ที่เท่ากับ 2 ราวๆ  95% ของราคาทั้งหมดเข้าไปยังการกระจายราคาที่มีการกำจัดจากเส้นแนวกราฟ แนว  Bollinger Bands สามารถใช้งานในตลาดที่มีความผันผวนตั้งแต่มูลค่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานต้องพิจารณาถึงความเร็วของการเปลี่ยนแปลงราคาซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของการก่อตัว  ในการคำนวณมูลค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานด้วยแล้ว จำเป็นต้องเลือกมูลค่าของระยะที่ทำการคำนวณ ในระดับเดียวกันที่มีการใช้งานอย่างค่าสัมประสิทธิ์แบบธรรมดา  ตามหลักแล้วตัวบ่งชี้ Bollinger bands มีสิ่งที่น่าสนใจเพื่อการวิเคราะห์ ถ้าราคาแตกต่างกันภายในช่องทางแรวราบและไม่มีแนวโน้มแน่นอนในฟอเร็กซ์ เส้น band squeeze จะก่อตัวขึ้นมา ถ้าแนวโน้มใหม่เริ่มต้นก่อตัว เส้น  bands  เริ่มต้นเคลื่อนตัวออกด้านข้าง ยิ่งเส้น bands  อยู่ภายในแนวราบนานเท่าไหร่ การทะลุผ่านครั้งถัดไปของแนวโน้มโดยทั่วไปก็จะยิ่งเกิดขึ้นอย่างแข็งแกร่งและเส้น bands ก็จะเคลื่อนตัวออกห่างเร็วขึ้นเท่านั้น


สำหรับเส้น Bollinger Bands ทุกอย่างที่ปรับใช้กับ  MA envelopes เกิดขึ้นจริง นั้นคือราคาต้องมุ่งหน้าไปยังค่าเฉลี่ย การเข้าไปและตัดผ่านเส้นกราฟด้นานบนหรือด้านล่างจะกระตุ้นให้เกิดการเบี่ยงเบนเพิ่มเติม (ตลาดที่มีความเดือด) และอาจมาพร้อมกับการเคลื่อนตัวแบบปรับฐานไปยังค่าเฉลี่ย ในสถานการณ์เช่นนี้เอง การเคลื่อตัวแบบย้อนกลับมักจะเกิดขึ้นน้อยกว่าส่วนของ MA  ข้อยกเว้นคือมีแนวโน้มที่ชัดเจนหลังจากการรวมกำลังของราคาระยะยาวเมื่ออยู่ในตลาดในแนวราบ ในกราฟสถานการณ์จะแสดงออกมาจากการแผ่นกระจายของเส้นต่างๆหลังจากมีสถานะแคบระยะยาว 


โดยทั่วไปการหดตัวของ Bollinger Bands หรือการปรากฎตัวของแนว neck  เป็นสัญญารที่ค่อนข้างชัดเจนที่ตอบสนองต่อการแคบตัวลงของการเปลี่ยนแปลงราคาและพบเจอได้ง่ายในกราฟ การหดตัวเช่นนี้แสดงถึงสถานะในตลาดที่ผิดปกติและจะตามมาด้วยการเคลื่อนตัวมาพร้อมกับการก่อตัวของแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลงครั้งใหม่ไม่เร็วก็ไม่ช้า 


เส้น Bollinger Bands ใช้การได้ดีกับกราฟทุกประเภทตั้งแต่รอบนาทีจนถึงรอบวัน แต่การตัดสินใจเกี่ยวกับการเปิดหรือการปิดสถานะ ไม่ควรคำนึงถึงตัวบ่งชี้เียวเท่านั้น การตัดสินใจต้องมีการสนับสนุนจากตัวบ่งชี้มากกว่าหนึ่งส่วน ยิ่งมีตราสารอื่นๆที่ใข้งานเพื่อการคาดการณ์ การเปลี่ยนแปลงราคาในฟอเร็กซ์ก็จะยิ่งมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นจากสัญญาณ


กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่าง:

คุณจะให้คะแนนการสนับสนุนที่คุณได้รับเท่าไหร่?

ความคิดเห็น:

ไม่จำเป็น

ขอบคุณที่สละเวลาในการทำแบบสอบถามออนไลน์ของเรา.
ความคิดเห็นของคุณสำคัญต่อพวกเรา.

smile""