Support service
×

ประเภทของชาร์จกราฟิก

ประเภทของชาร์จกราฟิกที่มีการใช้งานในบทวิเคราะห์ทางเทคนิคในตลาดฟอเร็กซ์ 


ชาร์จกราฟิกในตลาดฟอเร็กซ์มักทำออกมาเป็นสองพิกัด โดยเป็นราคา (แสดงออกมาในแกน y แนวตั้ง) และเวลา (แสดงออกมาในแกน x) บางครั้งชาร์จปริมาณตาม tick  เป็นไปตามแกน y 


แกนกราฟในแนวเวลา (ที่เรีนกว่าช่วงเวลา, ระยะการวื้อขายหรือขอบเขตเวลา) อาจแตกต่างกัน แต่เดิมมักมีการใช้งานระยะเวลาตามนี้คือ 1 เดือน, 1สัปดาห์, 1วัน, 4ชั่วโมง, 1ชั่วโมง, 30นาที, 15นาที, 5นาที, 1นาที และมูลค่าการซื้อขายหรือแบบ tick 

สิ่งที่ควรทราบ: มูลค่าซื้อขายเฉพาะหรือ tick  เป็นราคา ที่เปลี่ยนแปลงตามผู้ร่วมในตลาดและเปลี่ยนไปตามระบบข้อมูลอย่างต่อเรื่องในรูปแบบของราคาใหม่สองอย่างคือราคาที่ขาย (Ask) และราคาที่ซื้อ (Bid) ราคาแต่ละส่วนจะมีอยู่สี่ขั้นตอน


- ราคาเปิดของเวลาซื้อขายเป็นราคาตลาดที่ได้เกิดขึ้นมาจากช่วงเวลาการซื้อขายที่เริ่มต้น เนื่องจากมีราคาทั้งสองในตอนแรกของขอบเขตการซื้อขาย (การซื้อและการขาย) ราคาเปิดถูกคำนวณตามราคากึ่งกลางของราคาที่ขายและราคาที่ซื้อ โดยเป็น (Ask+Bid)/2 ราคาที่แท้จริงในตอนแรกของขอบเขตเวลานี้เป็นราคาซื้อขายแรกตามเวลาที่กำหนดไว้ 


- ราคาปิดคือราคาตลาดที่เกิดมาตอนท้ายของเวลาซื้อขาย เนื่องจากมีราคาอยู่สองส่วนในสอนท้ายของเวลาซื้อขาย ราคาปิดจะถูกคำนวณตามค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ของราคาที่ขายและราคาที่ซื้อ โดยเป็น (Ask+Bid)/2 ที่จริงแล้วราคาปิดเป็นราคาซื้อขายสุดท้ายตามเวลาที่กำหนด


- ราคาสูงสุดในเวลาซื้อขาย เป็นราคาในระดับสูงสุดในตลาดฟอเร็กซ์ที่เกิดขึ้นมาภายในระยะเวลา (ราคาที่ขาย หรือ Ask ถูกใช้เมื่อออกมาสูงกว่าราคาที่ซื้อหรือ Bid)


- ราคาต่ำสุดในเวลาซื้อขายเป็นราคาในระดับต่ำสุดในตลาดฟอเร็กซ์ ที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลา (ราคาที่ซื้อหรือ Bid มักถูกใช้งาน)


นอกเหนือจากหลักการทั้งสี่อย่างแล้ว ปริมาณของ tick  ที่ออกมาในกราฟจะถือว่าเป็นตัวบ่งชี้อิสระ 


- ปริมาณ tick  เป็นปริมาณของ ticks (การเปลี่ยนแปลงราคาของผู้ร่วมตลาด) ซึ่งเข้าไปยังระบบข้อมูลภายในระยะเวลานั้น 


ประเภทของกราฟ 


1. กราฟ Tick 


เป็นกราฟที่เรียบร้อยที่สุดคือ 1 tick (ราคาซื้อขายของราคา Bid และ Ask จากผู้เข้าร่วมตลาด) มันเป็นกราฟของราคาซื้อขายตาม  Bid และ Ask ซึ่งมีรูปแบบของปริมาณในกราฟราคา 

ระดับสูงสุดของแต่ละปริมาณคือ Ask ระดับต่ำสุดคือ Bid


การใช้กราฟแบบ tick ใช้งานเพื่อการระบุแนวรับและแนวต้านอย่างแม่นยำและมันยังถูกใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซื้อและการขาย ด้วยการไปปักไว้ที่ระดับต่ำหรือระดับสูงสุดเดิม ตามหลักการแล้วมันจะไม่ใช้เพื่อการวิเคราะห์ตลาดเนื่องจากระยะมันไม่สามารถใช้งานได้ในบทวิเคราะห์ทางเทคนิค 


2. กราฟแบบเส้น


กราฟเส้นเป็นการร่างเส้นเข้ากันโดยการใช้ราคาแต่ละส่วนที่พบก่อนหน้านี้ภายในระยะเวลานั้น ในหลายกรณีราคาปิดถูกใช้เพื่อการลากเส้นแม้ว่าราคาเปิด, ราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดสามารถใช้งานได้ตามตัวแปรที่ใช้เข้ากันได้คือ ราคามัธยฐาน ([ราคาสูง + ราคาต่ำ]/2) หรือ ราคาตามปกติ ([ราคาสูง + ราคาต่ำ+ ราคาปิด]/3)


กราฟเชิงเส้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย 


ประเภทของข้อดี: 


-เหมาะต่อการค้นหารูปแบบเพื่อการวิเคราะห์ทางเทคนิค;


-ข้อมูลมีไม่มาก


ประเภทของข้อเสีย: 


-เนื่องจากมันถูกสร้างมาด้วยการใช้ราคาประเภทเดียว จึงไม่สามารถประเมินได้ถ้ามีการเพิ่มขึ้นและปรับตัวลงของราคาอย่างมากภายในระยะการซื้อขาย


3. กราฟแท่งของกราฟของฮีสโตแกรมในช่วงเวลา 


ในการใช้กราฟแท่งต้องมีการใช้งานตัวบ่งชี้ทั้งสี่ทั้งหมดนั้นคือ ราคาเปิด, ราคาสูงสุด, ราคาต่ำสุด, ราคาปิด ในกราฟนี้เองแต่ละช่วงจะปรากฎออกมาเป็นเส้นแนวตั้ง (ซึ่งเป็นระยะการเปลี่ยนแปลงของราคาภายในช่วงนั้น) จนถึงด้านขวาและด้านซ้ายของมันที่จะเป็นแนวเส้น 


จุดสิ้นสุดของเส้นแนวตั้งด้านบนแสดงระดับราคาสูงสุด ที่ตลาดมุ่งหน้าไปถึงภายในระยะเวลานี้ จุดสิ้นสุดของแนวตั้งด้านล่างแสดงระดับราคาต่ำสุดที่ตลาดมุ่งหน้าไปได้ภายในระะยเวลานั้น ดังนั้นเส้นแนวต้านเป็นเวลาที่เกิดการซื้อขายทั้งหมด (อย่างรายชั่วโมง) หรือลิมิตโดยรวมของการเปลี่ยนแปลงราคาภายในช่วงเวลาหนึ่ง

เส้นด้านซ้ายแสดงระดับราคาในตอนแรกของระยะเวลาและจะถูกเรียกว่าเป็นราคาเปิด เส้นด้านขวาแสดงระดับราคาที่เป็นจุดสิ้นสุดของเวลา (อย่างประจำชั่วโมง) และจะเรียกกันว่าราคาปิด เมื่อพิจารณาดูแล้วเส้นด้านขวาแสดงราคาในเวลาเปิดและด้านซ้ายคือราคาในช่วงปิดตัว ถ้าเส้นด้านซ้ายสูงกว่าเส้ยด้านขวา ราคาภายในช่วงนี้ได้ลดลง ถ้าหากเกิดขึ้นในสิ่งตรงกันข้าม ราคาจะเพิ่มขึ้น 


ข้อดี:


-มีโอกาสที่จะคาดการณ์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นภายในระยะวเลานั้นโดยประมาณ;

-สามารถพบช่องว่างในกราฟ 


ข้อเสีย:


-ความยากในการประเมินการเติบโตหรือการปรับตัวลงของตลาดภายในระยะเวลาแรก 

-เป็นไปไม่ได้ที่จะกำหนดแนวโน้มภายในขอบเขต (จำเป็นต้องข้ามระยะขนาดเล็ก)


4. [[กราฟแท่งเทียนแบบญี่ปุ่น (I)|กราฟแท่งเทียนแบบญี่ปุ่น]]


กราฟแท่งเทียนมีความคล้ายตลึงกับการใช้งานของกราฟแท่ง แต่สะดวกต่อการสังเกตมากขึ้น กราแสดงราคาหลักทั้งสี่ส่วนและกราฟแท่งเทียนแต่ละส่วนจะถูกใช้ในกราฟนี้ มันจะแสดงออกมาในระยะเวลาอย่าง 1 ชั่วโมงเช่นเดียวกับกราฟแท่ง 


ส่วนที่กว้างของแท่งเทียน (สี่เหลี่ยม) จะเรียกว่าส่วนตัว ส่วนตัวเป็นระยะราคาระหว่างราคาเปิดและราคาปิด ส่วนตัวจริงแสดงราคาปิดอยู่ต่ำกว่าราคาเปิด ตัวอย่างเช่นราคาลดลงภายในระยะเวลานั้น ส่วนตัวที่ว่างหรือใสแสดงราคาปิดอยู่สูงกว่าราคาเปิดตัวอย่างเช่นราคากำลังเพิ่มขึ้นภายในระยะเวลา

เส้นแนวตั้งเหนือตัวแท่งเทียนเรียกว่าไส้ด้านบน และตำแหน่งด้านบนแสดงระดับสูงสุด ซึ่งราคาจะหนุนตัวขึ้นภายในระยะเวลานั้น เส้นแนวตั้งที่อยู่ใต้ตัวแท่งเทียนเรียกว่าไส้ด้านล่างและตำแหน่งต่ำสุดนั้นคือระดับต่ำสุดที่ราคาจะปรับตัวลงไปภายในเวลานั้น 


สิ่งที่ควรทราบ:


ตัวของแท่งเทียนขาขึ้นและขาลงในส่วนที่ต่างกันของบทวิเคราะห์ทางเทคนิคอาจมีสีที่แตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับแนวต้านของเทอร์มินัลการเทรดของ InstaTrader จากเดิมส่วนตัวเทียนสีแดงแสดงถึงการเติบโตและตัวสีดำจะแสดงการปรับตัวลง มีการกล่าวว่ากราฟแท่งเทียนแรกมาถึงอเมริกาได้จากการถ่ายเอกสารจากญี่ปุ่นซึ่งแท่งเทียนด้านล่างออกมาเป็นสีดำและแท่งเทียนขาขึ้นออกมาเป็นสีขาว ยังมีองค์ประกอบอื่นๆอีกตัวอย่างเช่นตัวขาขึ้นสีเขียวและตัวขาลงสีแดง ตามหลักแล้วแท่งเทียนที่แข็งแรงแต่เดิมจเป็นช่วงการปรับตัวลงและเป็นสีใสซึ่งแสดงการเติบโต หรือแท่งเทียนขาลงจะมีสีที่เข้มกว่าแท่งเทียนขาขึ้น


กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่าง:

คุณจะให้คะแนนการสนับสนุนที่คุณได้รับเท่าไหร่?

ความคิดเห็น:

ไม่จำเป็น

ขอบคุณที่สละเวลาในการทำแบบสอบถามออนไลน์ของเรา.
ความคิดเห็นของคุณสำคัญต่อพวกเรา.

smile""