การวิเคราะห์การเทรดวันอังคาร:
กราฟ 1 ชั่วโมงของ EUR/USD:
คู่สกุลเงิน EUR/USD เคลื่อนไหวด้วยความผันผวนต่ำในวันอังคาร แทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้ชัดบนกรอบเวลา 5 นาที ตลอดทั้งวันไม่มีรายงานสำคัญใด ๆ ออกมาทั้งจากยูโรโซนและสหรัฐฯ ขณะเดียวกันตลาดก็กลับมาเพิกเฉยต่อข่าวเชิงภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง เพราะเริ่มเหนื่อยล้ากับภูมิทัศน์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เมื่อวานนี้มีการเปิดเผยว่า ในจังหวะที่การเจรจากำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุด และอยู่เพียง “ห้านาทีก่อนที่จะลงนามในข้อตกลง” สหรัฐฯ ได้โจมตีทางตอนใต้ของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงลึกว่าเป้าหมายใดถูกโจมตี ประเด็นสำคัญคือ การเจรจากลับมาอยู่บนขอบเหวของความล้มเหลวอีกครั้ง เช่นเดียวกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างเตหะรานและวอชิงตัน ที่น่าสนใจก็คือ ดอลลาร์ไม่ได้แข็งค่าขึ้นเลย
นั่นหมายความว่าตลาดไม่ต้องการจะตอบสนองต่อทุกการโจมตี ทุกข่าว ทุกถ้อยแถลงเหมือนก่อนหน้าอีกต่อไป ความผันผวนยังคงลดลง สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เต็มใจของตลาดที่จะเข้าไปเทรดบนพื้นฐานของข้อความที่ยังไม่ได้รับการยืนยันหรือข่าวสารที่ไม่มีสาระสำคัญ
กราฟ 5 นาที ของ EUR/USD:
ในกรอบเวลา 5 นาที วันอังคารที่ผ่านมาไม่มีสัญญาณการเทรดเกิดขึ้นตลอดทั้งวัน ราคายูโรแกว่งตัวเพียงประมาณ 30 pips จากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุด โดยไม่เข้าใกล้โซนหรือระดับสำคัญใด ๆ ดังนั้นเทรดเดอร์จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอในการเปิดสถานะ
วิธีการเทรดในวันพุธ:
บนกราฟรายชั่วโมง ยูโรอยู่ในช่วงการปรับฐาน (correction) มาตลอดทั้งเดือน การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเข้าใกล้จุดลุกลาม แต่เรายังคงไม่คาดว่าดอลลาร์จะแข็งค่าอย่างยืดเยื้อ ตลาดยังคงเมินปัจจัยพื้นฐานและตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitics) เป็นตัวเหวี่ยงคู่เงิน EUR/USD ขึ้นลง
ในวันพุธ เทรดเดอร์มือใหม่อาจคงสถานะขาย (short) โดยมีเป้าหมายที่บริเวณ 1.1584-1.1591 เนื่องจากราคาได้ดีดตัวลงจากโซน 1.1655-1.1666 ไปแล้วเมื่อวันจันทร์ ทั้งนี้สามารถพิจารณาเปิดสถานะซื้อใหม่ได้ หากราคาสามารถยืนเหนือโซน 1.1655-1.1666 ได้อย่างมั่นคง โดยมีเป้าหมายที่บริเวณ 1.1745-1.1754
ในกรอบเวลา 5 นาที ระดับราคาที่ควรจับตา ได้แก่ 1.1354-1.1363, 1.1413, 1.1455-1.1474, 1.1527-1.1531, 1.1584-1.1591, 1.1655-1.1666, 1.1745-1.1754, 1.1830-1.1837 และ 1.1899-1.1908 ในวันพุธนี้ ยังคงไม่มีเหตุการณ์หรือรายงานสำคัญตามกำหนดการ ทั้งในยูโรโซนและสหรัฐฯ ตลาดจึงจะจับตาความคืบหน้าด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการยืนยันคำแถลงของ Trump เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลอดจนผลกระทบจากการโจมตีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านในวันอังคาร
กฎหลักของระบบเทรด:
- ความแข็งแกร่งของสัญญาณจะถูกประเมินจากระยะเวลาที่ใช้ในการเกิดสัญญาณนั้น (การดีดตัวหรือการทะลุระดับ) ยิ่งใช้เวลาน้อย สัญญาณยิ่งแข็งแกร่ง
- หากมีการเปิดออเดอร์ 2 ครั้งขึ้นไปใกล้ระดับราคาใดระดับหนึ่งจากสัญญาณหลอก (false signals) สัญญาณทั้งหมดจากระดับนั้นในภายหลังควรถูกเพิกเฉย
- ในสภาวะตลาดไซด์เวย์ (flat) คู่เงินใด ๆ ก็อาจสร้างสัญญาณหลอกจำนวนมากหรือไม่เกิดสัญญาณเลย ระดับทางเทคนิคอาจถูกตลาดเมินเฉยได้
- บนกราฟรายชั่วโมง ควรใช้สัญญาณจากอินดิเคเตอร์ MACD ในการเทรดเฉพาะเมื่อมีความผันผวนที่ดี และมีแนวโน้มที่ได้รับการยืนยันจากเส้นเทรนด์ (trend line) หรือช่องแนวโน้ม (trend channel)
- หากมีสองระดับราคาอยู่ใกล้กันมาก (ห่างกันประมาณ 5-20 pips) ให้มองว่าเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน
- เมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ถูกต้องได้ 15 pips แล้ว ควรเลื่อนจุด Stop Loss ขึ้นมาไว้ที่จุดคุ้มทุน (breakeven)
คำอธิบายบนกราฟ:
ระดับราคา (โซน) แนวรับและแนวต้าน – คือระดับที่ใช้เป็นเป้าหมายเมื่อเปิดสถานะซื้อหรือขาย หรือเป็นแหล่งที่มาของสัญญาณเข้าออก
เส้นสีแดง – คือเส้นช่องราคา (channel) หรือเส้นเทรนด์ (trend line) ที่แสดงแนวโน้มปัจจุบัน และชี้ให้เห็นทิศทางการเทรดที่ได้เปรียบในขณะนั้น
อินดิเคเตอร์ MACD (14, 22, 3) – ฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน
การกล่าวสุนทรพจน์และรายงานสำคัญ (ที่ระบุอยู่ในปฏิทินข่าว) สามารถส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคู่เงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีการประกาศข่าวเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ หรืออาจเลือกออกจากตลาดเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวของราคาที่รุนแรงสวนทางกับทิศทางก่อนหน้า
ผู้เริ่มต้นเทรดในตลาด Forex ควรตระหนักว่า ไม่ใช่ทุกดีลที่จะทำกำไรได้ การมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารเงิน (money management) ที่มีประสิทธิภาพ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเทรดระยะยาว